ขั้นตอนการตรวจสภาพรถระยะยาวด้วยตนเอง

ประกัน ประเภท 3+

จะดีกว่าไหม หากคุณจะประหยัดงบประมาณด้วยการตรวจสภาพรถระยะยาวด้วยตนเอง เพราะหากคุณนำรถไปเช็คที่ศูนย์รับรองเลยว่ามีหมื่นหมดหมื่นแน่นอน แต่ถ้าคุณรู้เคล็ดลับการตรวจสภาพรถระยะยาวด้วยตนเองเหล่านี้ คุณก็ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาศูนย์ตรวจเช็คสภาพรถยนต์อีกต่อไป

ขั้นตอนการตรวจสภาพรถระยะยาวด้วยตนเอง

การตรวจสภาพรถระยะยาวด้วยตนเอง จะเช็คทั้งหมด 5 ชิ้นส่วนด้วยกัน คือ

  • ชิ้นส่วนที่ 2 คือ สายพานเซอร์เพนไทน์ ชิ้นส่วนยางนี้มีความสำคัญในการทำงานของรถคุณ โดยการเปิดเครื่องอุปกรณ์ต่อพ่วงต่างๆ เช่น ไดชาร์จ, ปั๊มพวงมาลัยเพาเวอร์ และคอมเพรสเซอร์เครื่องปรับอากาศ คุณควรตรวจสอบสายพานด้วยสายตาเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีรอยแตก หรือการสึกหรออื่น ๆ ที่สำคัญ อย่าลืมเปลี่ยนตามคำแนะนำของผู้ผลิตรถยนต์ของคุณ
  • ชิ้นส่วนที่ 3 คือ ชุดเฟืองท้ายด้านหน้าและด้านหลัง ชุดเฟืองท้ายเหล่านี้จำเป็นต้องได้รับการหล่อลื่นอยู่เสมอเพื่อให้แน่ใจว่าสามารถใช้งานได้ คุณควรตรวจสอบอย่างละเอียดถี่ถ้วน และเปลี่ยนของเหลวทุกครั้งที่จำเป็น
  • ชิ้นส่วนที่ 4 คือ โช๊ค และสตรัท การทำงานของโช๊ค และสตรัทรถคือเพื่อควบคุมแรงกระแทกของลูกระนาดและหลุมบนถนน ดังนั้น โช๊ค และสตรัทจึงควรได้รับการตรวจสอบโดยมืออาชีพทุกๆ 100,000 กม. หรือเมื่อคุณสังเกตเห็นความนุ่มนวลที่ลดลง หรือสูญเสียการควบคุมขณะขับขี่
  • ชิ้นส่วนที่ 5 คือ น้ำมันเกียร์ ของเหลวชนิดนี้เป็นน้ำมันหล่อลื่นที่ช่วยให้ชิ้นส่วนที่เคลื่อนไหวทั้งหมดภายในระบบเกียร์ทำงานได้อย่างถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นเกียร์ธรรมดา หรืออัตโนมัติ สิ่งสำคัญคือต้องได้รับการตรวจสอบ และเปลี่ยนของเหลวนี้ทุกครั้งที่จำเป็นเพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายที่รุนแรงบนท้องถนน
  • ชิ้นส่วนที่ 6 คือ น้ำมันกระปุกเกียร์ ของเหลวชนิดนี้คือสิ่งที่เปลี่ยนกำลังจากเกียร์ไปยังเพลา คุณควรจะตรวจสอบน้ำมันกระปุกเกียร์ตามคำแนะนำของผู้ผลิตรถยนต์เพื่อให้แน่ใจว่ามีการเติมอย่างถูกต้อง

อย่างไรก็ตาม เพื่อความชัวร์คุณควรทำประกันรถยนต์เอาไว้ โดยทางเราขอแนะนำให้คุณทำประกันรถยนต์ 3+ ราคาถูกเอาไว้ เพราะการทำประกันรถยนต์ 3+ ราคาถูกจะช่วยลดรายจ่ายในการซ่อมแซม เปลี่ยนแปลงชิ้นส่วนภายในรถ อีกทั้งประกันรถยนต์ 3+ ราคาถูก ก็ถูกสมชื่อจริงๆ ทำให้เข้าถึงได้ทุกเพศ ทุกวัย ทุกอาชีพเลยทีเดียว

เปรียบเทียบประกันรถยนต์ 3+ ได้ที่ www.mrkumka.com